เข้าสู่ระบบ!! บทความ
ภาษาไทย


สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 17/05/2550
ปรับปรุงเวบเมื่อ 02/10/2561
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 464


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (464)
 หนังสือเด็กSale!!
 หนังสือเด็กมาใหม่
 หนังสือเด็ก คุณหมอประเสริฐแนะนำ
 หนังสือเด็กแรกเกิด-3ปี
 หนังสือเด็กแรกเกิด-3ปี(คำกลอน)
 หนังสือผ้า,ลอยน้ำ, เป่าลม
 หนังสือบอร์ดบุ๊ค,POP-UP
 หนังสือมีเสียง,สัมผัส
 หนังสือเด็ก 3-5 ปี
 ไดโนน้อยพัฒนา EQ
 นิทานอีสป
 นิทานพัฒนา IQ, EQ, MQ, AQ, PQ, NQ
 นิทานส่งเสริมคุณธรรม
 นิทานส่งเสริมประสบการณ์
 นิทานกุ๋งกิ๋ง
 นิทานคำกลอน
 ฝึกทักษะเตรียมความพร้อม
 พจนานุกรมภาพ, คำศัพท์แสนสนุก
 สมุดภาพหนูน้อยระบายสี
 หนังสือ ก-ฮ, A-Z
 บัตรภาพแสนสนุก
 นิทาน 2 ภาษา
 นิทานจัดชุด..ราคาพิเศษ..
 หนังสือเด็กภาษาอังกฤษมือสอง
 หนังสือมือสอง
 คู่มือเลี้ยงลูก
 เมนูอาหารเด็ก
 นิยายแจ่มใสมือสอง
 ผ้ากันน้ำลาย
 เสื้อเด็กอ่อนไหมพรม
 ที่คาดผมเด็กถักไหมพรม
 เสื้อยืดเด็ก
 รองเท้าเด็กไหมพรม
 หมวกเด็กถักไหมพรม
 ชุดของขวัญเด็กอ่อน
 ของขวัญน่ารักๆ
 เสื้อผ้าเด็ก
 เป้อุ้มเด็ก
 รถเข็นเด็กอ่อน
 สินค้าเด็กขายส่ง



จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ








จัดส่งรวดเร็ว..ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 น.สั่งซื้อ 700 บาทส่งฟรี

บทความ
อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่เกิด เร็วไปไหม (อ่าน 14245/ตอบ 34)

อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่เกิด เร็วไปไหม?

โดย: ดัชนี


"..จะเห่อลูกมากไปหรือเปล่า อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ยังแบเบาะ" 

ในวัยขวบแรกของลูก ลูกยังดูเหมือนไม่รู้ภาษา พูดยังไม่ได้ด้วยซ้ำ ได้แต่อือๆ อาๆ น้ำลายยืดย้อยเวลาพ่อแม่พูดด้วย หนูน้อยได้แต่ใช้วิธีนี้และการร้องไห้ ยิ้ม ท่าทางต่างๆ สื่อภาษาให้พ่อแม่เข้าใจความต้องการความรู้สึกของหนู คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าการอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ตอนนี้คนเขาจะว่าคุณเป็นพ่อแม่ประเภทที่ชอบเร่งเร้ากระตุ้นลูกมากไป เหมือนพ่อแม่ที่เที่ยวเห่อหาเพลงคลาสสิกมาเปิดให้ลูกฟังหรือเปล่า
 

จากคำถามข้างต้น ต้องขอบอกว่าถ้าเข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริงและนำไปใช้อย่างเหมาะสมเช่นเดียวกับการให้ลูกฟังเพลงคลาสสิกก็จะไม่ใช่การกระตุ้นเร่งเร้าลูกมากไป สำหรับการอ่านหนังสือให้ลูกขวบแรกฟังขอให้ยึดจุดมุ่งหมายหลักว่าเป็นเรื่องของการใช้เวลาคุณภาพกับลูกมากกว่าสิ่งอื่นใด ถ้าเข้าใจอย่างนี้แล้วคุณก็จะไม่ไปมุ่งหวังผลทางด้านสติปัญญาแล้วไปเร่งเร้าลูกจนกลายเป็นผลเสียมากกว่า และจะเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายอย่างแท้จริง เพราะพ่อแม่-ลูกได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างมีความสุข เพราะลูกรับรู้ว่าเขาคือคนสำคัญของพ่อแม่ และพ่อแม่คือคนสำคัญสำหรับเขา ทั้งคู่ต่างมีความสำคัญต่อกันและกัน สิ่งนี้มีความสำคัญต่อการเติบโตทั้งกาย ใจ สติปัญญาของลูกอย่างมาก นับเป็นการลงทุนให้กับลูกอย่างคุ้มค่าวิธีหนึ่งทีเดียวค่ะ
 


แน่นอน..ลูกได้เรียนรู้ภาษา 
นอกเหนือจากได้ใช้เวลาคุณภาพกับลูกแล้ว แน่นอนว่าการอ่านหนังสือให้ลูกฟังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสมองลูกในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทักษะทางภาษา สำหรับวัยนี้ขั้นแรกจะช่วยดึงดูดความสนใจและสร้างสมาธิให้เจ้าหนูมาจดจ่อกับเสียงอ่านของพ่อแม่และภาพในหนังสือตรงหน้า ทำให้ลูกได้เรียนรู้ภาษาจากพ่อแม่ ซึ่งไม่ใช่แค่การพูดหรือการอ่านเท่านั้น เพราะภาษาหรือหนังสือเล่มหนึ่งไม่เป็นเพียงเกี่ยวข้องกับการอ่าน แต่เกี่ยวข้องกับการฟัง การพูด การสังเกต จินตนาการ การเขียนต่อไปในอนาคต และยังเป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญของเด็ก สรุปว่า การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกฟังเป็นการปูพื้นฐานด้านพัฒนาการทางภาษาที่สำคัญค่ะ 

ในการเรียนรู้ภาษานั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาเด็กปฐมวัยกล่าวว่า "เด็กจะเริ่มจากการเรียนรู้ ซึมซับการออกเสียง สำเนียง จังหวะในการพูดการใช้ภาษาจากผู้ใหญ่ (ซึ่งก็คือพ่อแม่)" รวมไปถึงทำให้ลูกรู้ว่าเรื่องราวต่างๆ มันมีการเริ่มต้น การดำเนินเรื่อง และมีตอนจบ เด็กที่พ่อแม่อ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ฟังอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเด็กที่มีพัฒนาการทางภาษารุดหน้า
 

เครื่องมือเรียนรู้ทักษะทางสังคม 
เชื่อหรือไม่ว่าการอ่านหนังสือให้ลูกฟังยังช่วยเสริมทักษะทางสังคมให้ลูกด้วย สังคมแรกของลูกคือความสัมพันธ์กับพ่อแม่นี่เองค่ะ การอ่านหนังสือให้ลูกฟังนอกจากลูกได้เรียนรู้ภาษาอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว จะทำให้ลูกได้ทำความรู้จัก คุ้นเคย เรียนรู้อารมณ์ที่หลากหลายของพ่อแม่ที่แสดงออกขณะอ่านหนังสือหรือเล่านิทาน 

ในเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจำนวนหนึ่งมีความเห็นเหมือนๆกันว่า ประโยชน์สูงสุดที่ลูกขวบแรกจะได้รับจากการที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง โดยไม่เคร่งเครียดเอาจริงเอาจังราวกับสอนหนังสือลูก คืออาศัยเป็นเครื่องมือดึงความสนใจของลูกให้มาจดจ่อกับการสร้างสายสัมพันธ์กับพ่อแม่ หนังสือเป็นเพียงส่วนประกอบหรือเครื่องมือ โดยเฉพาะสำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่ยังขัดเขินจะแสดงความรักกับลูก
 

และกิจกรรมอ่านหนังสือให้ลูกฟังจะได้ประโยชน์สูงสุดหากพ่อแม่ให้ความใส่ใจลูกอย่างเต็มที่ด้วย ไม่ใช่ทำงานบ้านไปแล้วก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว หรืออุ้มลูกพาดบ่าแล้วอ่านไป โดยลูกไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาคุณ ในท่านี้ลูกอาจจะอบอุ่นก็จริง แต่ไม่ใช่ท่าที่เหมาะจะมีปฏิสัมพันธ์กับลูก
 

คุณกับลูกควรหันหน้าเข้าหากัน ให้ลูกได้จ้องมองหน้าตาของคุณเวลาอ่านหนังสือหรือเล่านิทาน ลูกจะเห็นสีหน้าที่คุณ
แสดงออก ในขณะที่คุณก็ได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาของลูกขณะฟังเช่นกัน ทั้งแววตา สีหน้า ท่าทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เชี่ยวชาญได้เตือนว่า เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติ มีการแสดงออก มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างกันไป เด็กบางคนชอบให้กระตุ้น บางคนไม่ชอบ เด็กบางคนชอบให้อุ้ม บางคนชอบให้พาเดิน บางคนชอบให้พุดคุยด้วยเบาๆ เป็นเรื่องที่พ่อแม่แต่ละคนต้องสังเกตและปรับ 

ในการมีปฏิสัมพันธ์กับลูก พ่อแม่ควรดูอารมณ์ความรู้สึกของลูก ดูช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วยนะคะ ถ้าลูกไม่มีความสนใจจริงๆ หยุดอ่านเสียดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะเป็นการเร่งเร้าลูกและไม่ได้ประโยชน์อันใด หรือถ้าลูกกำลังสนุกเพลิดเพลินอยู่กับการเล่นเงียบๆ คนเดียวก็อย่าได้พยายามดึงลูกให้มาสนใจการอ่านของคุณเลยค่ะ
 

อ่านหนังสือให้ลูกฟัง แค่ไหนเหมาะสม 
ในการอ่านแต่ละครั้งไม่ควรอ่านนาน ถ้าลูกอยู่ในช่วงวัย 6 เดือนแรกใช้เวลา อ่านสัก 3-5 นาทีก็พอ ถ้า 6 เดือนขึ้นไปเพิ่มได้ถึง 15 นาที เวลาที่เหมาะในการอ่านไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน เลือกดูเวลาที่ลูกพอใจดีกว่า ในสถานที่ที่สบายๆไม่มีอะไรรบกวน ให้ลูกรู้สึกว่าขณะนั้นมีเพียงสองเราที่จดจ่ออยู่ที่กันและกัน 

แล้วไม่ต้องรู้สึกผิดหากรู้สึกขัดเขินที่จะอ่านออกเสียงให้ลูกฟังได้ เพียงเปิดหน้าหนังสือ พูดคุย ชี้ชวนให้ลูกดูรูปภาพก็พอ
 

หนังสือที่เหมาะกับเด็กวัยนี้ เป็นหนังสือปกแข็งหรือหนังสือที่หุ้มด้วยผ้า หรือเป็นหนังสือที่ทำด้วยผ้า พลาสติกปลอดสารพิษ(non toxic) เพื่อไม่ขาดยุ่ยหากเด็กกัดหรือเอาเข้าปาก
 

มาอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่เกิด 
คุณสามารถอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่เกิดค่ะ ขอยืนยันไม่ใช่เรื่องเบอร์ห้า(บ้าเห่อ)แต่อย่างใด ลองดูว่าแต่ละวัยเขามีธรรมชาติที่จะรับรู้หรือได้ประโยชน์จากการที่พ่อแม่อ่านหนังสือให้ฟังได้มากน้อยแค่ไหน
 

วัยแรกเกิด 
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ในช่วงเดือนแรกคุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องอ่านออกเสียงดังสักหน่อยเพื่อดึงความสนใจของลูก ลูกยังเป็นฝ่ายฟังอย่างเดียวยังไม่รู้จักปฏิสัมพันธ์ตอบโต้กับพ่อแม่ เพราะธรรมชาติของเด็กวัยนี้อยู่ในช่วงเรียนรู้ทักษะการใช้ร่างกายส่วนต่างๆ อยู่ แต่เราอาศัยหลักการว่าเด็กแรกเกิดนี้มองเห็นได้ในระยะใกล้ราว 8-12 นิ้ว การอ่านออกเสียงดังและคุณพ่อคุณแม่ลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ๆลูก จะทำให้ลูกได้เห็นได้เรียนรู้การสื่อภาษาอย่างชัดเจน 

ลูกจะซึมซับน้ำเสียง การแสดงออกทางสีหน้า หรือแม้แต่กลิ่นกายของพ่อแม่ ทำให้จำพ่อแม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ให้ผลเช่นเดียวกับการที่พ่อแม่โอบอุ้มดูแลลูกอย่างทะนุถนอมนั่นแหละค่ะ และอาศัยหลักการอีกข้อหนึ่งที่ว่า ยิ่งพ่อแม่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกมากเท่าไร ลูกก็จะจำพ่อแม่ได้เร็วขึ้น เรียนรู้ได้มากขึ้นเท่านั้น
 

วัย 2 เดือน 
หลังจากนั้นไม่นาน เพียงวัย 2 เดือนเท่านั้นเอง ลูกก็จะสื่อสารกับพ่อแม่ได้ด้วยการทำเสียงอืออาในลำคอเมื่อได้ยินเสียงพ่อแม่อ่านหนังสือให้ฟัง ในช่วงเดือนแรกๆ นี้ยังไม่สำคัญว่าคุณจะอ่านอะไรให้ลูกฟัง แต่ควรอ่านในเวลาสั้นๆ และทำเสียงให้มีเสียงสูง เสียงต่ำ ถ้าลูกไม่สนใจก็หยุดก่อนนะคะ 

วัย 6 เดือน 
พอถึงวัย 6 เดือน โดยธรรมชาติลูกเริ่มเรียนรู้กว้างขวางมากขึ้น ทีนี้ละคุณจะสามารถสื่อสาร มีปฏิสัมพันธ์กับลูกด้วยการอ่าน เพราะในช่วงนี้ลูกพอจะรับรู้แล้วว่าผู้คนรอบข้างเขารู้สึกอย่างไร อยู่ในอารมณ์แบบไหน คุณสามารถชี้ชวนให้ลูกดูอะไรที่น่าสนใจด้วยกัน หัวเราะด้วยกันได้ เล่นสนุกกันได้แล้ว และในวัยนี้ลูกเริ่มฟังภาษาแม่ออก เริ่มส่งเสียงตอบโต้ด้วยภาษาแม่เช่นกัน ในจังหวะนี้ละที่ควรเลือกหนังสือเด็กที่มีรูปภาพสีสดใส มีคำบรรยายสั้นๆ เป็นเรื่องราวง่ายๆ เกี่ยวกับสิ่งต่างๆรอบตัวลูก อย่างเช่น ลูกกลมๆนี้เรียกว่าแอปเปิ้ล ดอกกุหลาบสีแดง เป็นต้น 

วัย 8 เดือน 
ลูกจะพัฒนาอย่างมากในเรื่องของการเรียนรู้และทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย แต่เรียนรู้ของลูกจะออกมาในรูปของการ"จำได้" เช่น จำหน้าพ่อแม่และคนคุ้นเคยได้ จำเสียงเห่าของเจ้าตูบได้ พอได้ยินเสียงเจ้าตูบเห่าแกจะทำท่าตื่นเต้นใหญ่ แล้วอะไรๆก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจไปเสียหมด จนอดไม่ได้ที่จะเคลื่อนไหวออกไปค้นหาสำรวจดู ส่วนความสามารถทางกายนั้นเล่าก็พัฒนาทักษะในการคลาน ลุกขึ้นยืน บางคนอาจจะเดินได้ในตอนที่ยังไม่ครบขวบเลย ดูน่าเหน็ดเหนื่อยเสียจริงๆ (พ่อแม่ค่ะที่เหนื่อย) เป็นเรื่องดีที่คุณพ่อคุณแม่จะจับตัวแกให้หยุดอยู่นิ่งๆ สักพักด้วยการนั่งอ่านหนังสือด้วยกัน 

ครบ 1 ขวบ 
พอครบขวบ ลูกเดินได้และกระหายที่จะโลดแล่นออกสำรวจโลกกว้างมากขึ้น หยิบจับสิ่งต่างๆ ขึ้นมาชิมสำรวจดู ตอนนี้ยากหน่อยล่ะคะที่จะจับตัวแกให้อยู่นิ่งๆ การอ่านหนังสือให้ฟังก็ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของแกได้ แต่ในขณะเดียวกันแกก็สามารถที่จะพุ่งความสนใจให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้มากขึ้น เรียนรู้ได้มากขึ้น ขอให้สังเกตดูช่วงเวลาที่ลูกหยุดวุ่นวาย หรือช่วงเวลาที่สงบสบาย เช่น ช่วงก่อนนอน หยิบนิทานภาพสำหรับเด็ก หนังสือที่มีรูปภาพต่างๆ ชี้ชวนให้ลูกดูภาพ อ่านให้ลูกฟัง เล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาพนั้นให้ลูกฟัง หลังจากนั้นก็วางหนังสือเล่มโปรดเหล่านี้ไว้ในสายตาลูก ให้ลูกได้มีโอกาสเห็นและหยิบจับมาพลิกดู
 

ในวันเวลาต่อมา จะมีภาพที่น่าทึ่งจนคุณอดหัวเราะไม่ได้ที่เห็นเจ้าตัวน้อยนั่งทำท่าอ่านหนังสืออย่างตั้งอกตั้งใจ มือพลิกหนังสือทีละหน้า ปากก็ส่งเสียงอ่านหนังสือแจ๋วๆ อย่างขะมักเขม้น เมื่อนั้นเท่ากับว่าความตั้งใจที่จะปลูกฝังนิสัยรักการอ่านการเรียนรู้ให้ลูก สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้วค่ะ
 

จาก:

 รักลูก

 

เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
Fun & Emotion Icon Click here for more.
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวเลขและตัวอักษรให้ถูกต้อง
 

สินค้า/บริการ แนะนํา...
สมบัติหรรษาของวัยสี่เหลี่ยม
ปกติ 98.00 บ.
พิเศษ 83.00 บ.
กุ๋งกิ๋งรักน้อง
ปกติ 115.00 บ.
พิเศษ 98.00 บ.
หนังสือเด็ก กิจวัตรประจำวัน
ปกติ 145.00 บ.
พิเศษ 123.00 บ.
บ้านเรามีเงาประหลาด
ปกติ 85.00 บ.
พิเศษ 72.00 บ.
ลูกหมีไม่ขี้อายแล้วจ้ะ
ปกติ 75.00 บ.
พิเศษ 64.00 บ.
นอนแล้วนะพระจันทร์
ปกติ 90.00 บ.
พิเศษ 76.00 บ.
ปู๊น ปู๊น
ปกติ 95.00 บ.
พิเศษ 80.00 บ.
ผ้าห่มวิเศษของนิ้งหน่อง
ปกติ 95.00 บ.
พิเศษ 80.00 บ.
แรกเริ่มเรียนรู้
ปกติ 175.00 บ.
พิเศษ 149.00 บ.
Children
ปกติ 145.00 บ.
พิเศษ 124.00 บ.
Menu for Bright Brain
ปกติ 160.00 บ.
พิเศษ 150.00 บ.
เป็ดน้อยไปโรงเรียน
ปกติ 95.00 บ.
พิเศษ 80.00 บ.
หมาเพื่อนรัก
ปกติ 138.00 บ.
พิเศษ 117.00 บ.
นิทานอีสป หมากับกระพรวน
ปกติ 35.00 บ.
พิเศษ 30.00 บ.
ลากเส้นแสนสนุก สิ่งของรอบตัว
ปกติ 40.00 บ.
พิเศษ 34.00 บ.
กุ๋งกิ๋งไปสวนสัตว์
ปกติ 125.00 บ.
พิเศษ 106.00 บ.
เจ้าชายกบ
ปกติ 50.00 บ.
พิเศษ 43.00 บ.
นิทานภาพคำกลอน  ติ๊กต่อก
ปกติ 95.00 บ.
พิเศษ 80.00 บ.
นิทานอีสป พ่อค้าเกลือกับลา
ปกติ 35.00 บ.
พิเศษ 30.00 บ.
 



© 2001-2010. TARAD.com. All Rights Reserved.